คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

สัตยา นารายัน โกเอ็นก้า (S.N.GOENKA)

รายงานพิเศษ : "โกเอ็นก้า" - วิปัสสนาจารย์เอก

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มีนาคม 2545 16:53 น.

http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=1825172865389

ในแวดวงของวิปัสสนาจารย์นั้น ชื่อเสียงของท่าน "โกเอ็นก้า" หรือ "สัตยา นารายัน โกเอ็นก้า (S.N.GOENKA)" เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่า ท่านเป็นวิปัสสนาจารย์เอก ผู้เผยแผ่คำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธาน สถาบันวิจัยวิปัสสนาแห่งประเทศอินเดีย เพื่อปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามที่ได้บันทึกไว้ในพระไตรปิฏก

ปัจจุบันท่านเป็นวิปัสสนาจารย์เอกผู้หนึ่งที่สอนวิปัสสนากรรมฐานในพระพุทธศาสนาเถรวาท นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ริเริ่มนำพระไตรปิฏก ฉบับฉัฏฐสังคายนา ซึ่งเป็นการทำสังคายนาครั้งล่าสุดของโลก มาบันทึกไว้บนแผ่นซีดีรอมพร้อมด้วยคัมภีร์บริวารต่างๆ รวมกว่า 200 เล่ม และได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎก ฉบับฉัฏฐสังคายนา ด้วยอักษรเทวนาครี เพื่อนำพระพุทธศาสนากลับไปประดิษฐานในประเทศอินเดียอีกครั้งหนึ่งด้วย และเพื่อมอบเป็นธรรมทานเผยแผ่ไปทั่วโลก

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเกิดเมื่อ พ.ศ. 2464 ในครอบครัวนักธุรกิจชาวอินเดียในประเทศพม่า และกลายเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมาก เมื่ออายุได้ 31ปี ท่านถูกคุกคามด้วยโรคไมเกรน แม้จะได้รับการดูแลบำบัดรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในหลายประเทศ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนในที่สุด ท่านได้เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับท่านอาจารย์อูบาขิ่น วิปัสสนาจารย์ผู้มีชื่อเสียงของพม่า โดยการแนะนำของเพื่อนชาวพม่า คือท่านอูชันตุน ซึ่งภายหลังได้เป็นประธานคนแรกขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งแรกท่านก็ลังเลใจ แต่ด้วยคำอธิบายของท่านอาจารย์อูบาขิ่น ถึงหลักของศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นหลักการสากลที่จะช่วยให้มนุษยชาติได้พบทางแห่งการพ้นทุกข์ได้อย่างถาวร ท่านจึงตัดสินใจเข้ารับการอบรมเป็นเวลา10 วัน ซึ่งท่านได้กล่าวถึงช่วงเวลานั้นว่า

"ใน 10 วันนั้น ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นว่า วิธีการนี้เป็นวิธีการที่มีเหตุมีผล ปฏิบัติได้จริง ทั้งยังเป็นวิทยาศาสตร์และมุ่งประโยชน์แห่งการปฏิบัติ มิได้มุ่งให้เราเกิดศรัทธา ความเชื่ออันมืดบอดอย่างเดียว ทำให้ข้าพเจ้าเป็นอิสระจากโรคภัยไข้เจ็บ รู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่งในความสงบ และได้ตระหนักว่า สิ่งที่ทำให้หายจากโรคไมเกรนนั้น อันที่จริงก็คือ การที่ข้าพเจ้าสามารถขุดรากของกิเลสบางอย่างในตัวข้าพเจ้าได้ เดิมทีข้าพเจ้าเป็นคนที่มีโทสะมาก วู่วาม และเป็นคนมีอัตตาสูง แต่ในการอบรม 10 วันนี้ ได้ทำให้ข้าพเจ้าสามารถที่จะควบคุมตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

ท่านได้เล่าถึงวิธีการที่ได้รับการอบรมว่า

"ตอนที่เข้ารับการอบรมใหม่ ๆ เข้าใจว่า คงจะมีการให้บริกรรมคำสวดบางอย่าง แต่อันที่จริงแล้ว ไม่มีเลย ไม่มีการบริกรรมคำใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีแม้การสร้างภาพ เพียงแต่ให้เราเฝ้าสังเกตลมหายใจที่เข้าออกอย่างเป็นธรรมชาติเท่านั้น นี่คือสมาธิ ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนที่สำคัญ คือวิปัสสนาด้วยการสังเกตเวทนาหรือความรู้สึกทางกายอันเป็นหนทางนำไปสู่ปัญญา คือ การรู้แจ้งในความเป็นอนิจจัง หรือความไม่เที่ยง ซี่งวิธีการสังเกตเวทนานี้เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงประทานให้แก่มนุษยชาติเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการนำตนให้พ้นทุกข์"

หลังจาก 14 ปีของการปฏิบัติ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นวิปัสสนาจารย์ และได้เดินทาง ไปเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนาที่ประเทศอินเดียตามความประสงค์ของอาจารย์ของท่าน และได้ก่อตั้ง ศูนย์วิปัสสนาศูนย์แรกชื่อ "ธรรมคีรี" ที่เมืองอิกัตบุรี รัฐมหาราษฎร์ ประเทศอินเดีย

ท่านโกเอ็นก้าได้ดำเนินการจัดหลักสูตรการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน หลักสูตร 10 วัน ตามแนวทางของท่านอาจารยอูบาขิ่น ซึ่งดำเนินตามหลักคำสอนในพระไตรปิฎก เป็นเวลากว่า 30 ปีมาแล้ว และได้รับความนิยมแพร่หลายทั่วโลก มีศูนย์วิปัสสนากรรมฐานกว่า 90 แห่งที่เปิดการอบรมตามแนวทางของท่านอาจารย์อูบาขิ่น สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สำหรับประเทศไทยมีศูนย์ปฏิบัติธรรมตามแนวทางของท่านอยู่ 2 ศูนย์ คือ ธรรมกมลา จ.ปราจีนบุรี และ ธรรมอาภา จ.พิษณุโลก ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ทรงเมตตารับไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ส่วนศูนย์ที่ 3 คือ ธรรมกาญจนา จ.กาญจนบุรี กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาพื้นที่

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าได้มาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน ถึง 4 กรกฏาคม 2544 อาจารย์สุทธี ชโยดม อาจารย์และตัวแทนผู้ดูแลการอบรม การปฏิบัติ และกิจกรรมในประเทศไทย กล่าวว่า การมาเยือนประเทศไทยของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า มีวัตถุ ประสงค์คือ

1.เพื่อแสดงปาฐกถาธรรมเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เรื่อง "พระไตรปิฏกกับการปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน"

ซึ่งจัดโดย กองทุนสนทนาธรรมนำสุข ท่านผู้หญิง ม.ล. มณีรัตน์ บุนนาค ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ในการนี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จทรงเป็นประธานการแสดงปาฐกถาธรรม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2544 ณ หอพระไตรปิฏกนานาชาติ อาคารอักษรศาสตร์ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2.เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมจากซีดีรอมพระไตรปิฎก ฉบับฉัฏฐสังคายนา ซึ่งทางสถาบันวิจัยวิปัสสนาโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ได้ริเริ่มจัดทำขึ้นและเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยได้มอบให้กองทุนสนทนาธรรมนำสุข ท่านผู้หญิง ม.ล. มณีรัตน์ บุนนาค ในพระสังฆราชูปถัมภ์ นำมาเป็นฐานในการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับอักษรโรมัน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระครบรอบ 72 พรรษา

3. เพื่อเยี่ยมศูนย์ธรรมอาภา จ.พิษณุโลก ศูนย์ที่ 2 ในประเทศไทย ที่บ้านห้วยพลู ตำบลทรัพย์ไพรวัลย์ อำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าผู้ปฏิบัติธรรม ในแนวทางของท่านอาจารย์อูบาขิ่น สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในประเทศไทยโดยมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในพระสังฆราชูปถัมภ์ ได้ซักถามปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม

แม้ว่าการมาเยือนประเทศไทยของท่านอาจารย์โกเอ็นก้าจะได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ศูนย์วิปัสสนาในไทยทั้ง 2 แห่ง ที่สอนตามแนวทางของท่าน ก็ยังคงดำเนินกิจกรรมการอบรมอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่สนใจการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน สามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ คุณแสงดาว เชิญรุ่งโรจน์ เลขที่ 40/2 หมู่5 ถนนกรุงเทพ-ปทุมธานี ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี โทร.02-978-2960 ถึง 4 และ โทรสาร 02-978-2792